Menu

8 โรคประจำตัวที่มีผลต่อการขับขี่

โรคต้องห้ามในการขับรถ เพราะจะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุออย่างรุนแรง
 
     ทุกวันนี้การใช้รถยนต์ถือเป็นเรื่องปกติในการดำเนินชีวิตในสังคมปัจจุบัน และมีแนวโน้มในการเลือกใช้รถยนต์ในการเดินทางยังมีเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย แต่รู้หรือไม่ว่าอัตราความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากรถยนต์นั้น 
ไม่ได้มาจากความประมาทของผู้ขับขี่เพียงแค่อย่างเดียว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ อาจรุนแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้
     รู้กันหรือไม่ว่ามีโรคที่สามารถทำให้ผู้ที่เป็น เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ จึงไม่ควรขับรถเด็ดขาด โดยกรมควบคุมโรค ได้เปิดเผย 8 กลุ่มโรคที่เสี่ยงในการจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ ไม่ควรให้ขับรถเด็ดขาด 
โดยที่ระบุเป็นกฏหมายโรคต้องห้ามขับรถ นั้น ยังมีความไม่ครอบคลุมเพียงพอ ทั้งโรคที่เกี่ยวกับระบบการมองเห็น การได้ยิน ระบบประสาท และโรคหัวใจ หรือโรคเรื้อรัง โดยมีการระบุโรคไว้ดังนี้
  
1. โรคที่เกี่ยวกับสายตา
 
     ต้อหิน ต้อกระจก จอประสาทตาเสื่อม โรคเหล่านี้จะทำให้การมองเห็นในช่วงเวลากลางคืนนั้นไม่ชัด สำหรับคนที่เป็นต้อหินนั้น จะทำให้การมองเห็นมุมมองของสายตานั้นจะแคบลง ทำให้มองเห็นภาพบริเวณรอบๆได้ไม่ดี
รวมถึงการมองเห็นแสงไฟบอกทาง หน้าไฟหน้ารถที่พล่ามัวได้อีกด้วย
 
2. โรคทางสมอง
 
     โรคทางสมองที่ยังเป็นไม่มาก อย่าง อาการหลงลืม โดยการขับขี่รถยนต์นั้นหากมีอาการหลงลืม นอกจากจะทำให้ลืมเส้นทางแล้วนั้น อาจจะทำให้ระบบสมาธิมีปัญหาจนทำตัดสินใจเร่งด่วนได้ยากลำบาก 
เพราะบางทีสมาธิในการขับรถนั้นก็อาจจะมีน้อยลงด้วย
 
3. โรคหลอดเลือดสมอง
 
     โรคหลอดเลือดในสมอง ทำให้แขนขานั้นไม่มีแรงขับรถ หรือ เหยียบคันเร่ง เหยียบเบรก บางคนนั้นอาจมีการเกร็งและชักกระตุก หรือ ขากระตุก ส่งผลต่อการเหยียบเบรกหรือเหยียบคันเร่ง  
บางคนประสานงานแขนกับขาได้ไม่ดีหรือระบบสมองอาจสั่งการได้ไม่ดีเช่นเดิม และความไวของการตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่างๆ ลดลงอีกด้วย
 
4. โรคพาร์กินสัน
 
     เป็นโรคที่มีอาการเกร็ง มือสั่น เท้าสั่น ทำอะไรช้าลง ทำให้ขับรถได้ไม่ดี เป็นโรคที่ผู้ป่วยนั้นเกิดอาการทางระบบประสาท ทั้งการเคลื่อนไหวช้า อาการสั่น มักจะสั่นขณะอยู่เฉยๆ แต่หากขยับตัวนั้นการสั่นก็จะลดลง 
แต่ก็ถือว่าเป็นความเสี่ยงพอสมควรสำหรับการขับขี่รถ
 
5. โรคลมชัก
 
     จะเป็นโรคที่จะมีอาการเกร็งชัก และกระตุกโดยที่ไม่รู้สึกตัว โดยเป็นโรคที่สามารถเกิดได้กับผู้คนทุกเพศทุกวัย ซึ่งอาจเกิดมาจากหลากหลายสาเหตุ เกิดจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้าในสมอง 
หากถูกกระตุ้นมากไปก็จะทำให้เกิดอาการชักได้ โดยแต่ละครั้งที่เกิดอาการชักนั้นจะขึ้นอยู่กับว่าสมองส่วนไหนที่ถูกกระตุ้น
 
6. โรคไขข้อ ข้อเสื่อม ข้ออักเสบต่างๆ
 
     โรคเหล่านี้จะมีผลกระทบต่อการขับรถโดยตรง หากการเจ็บปวดเกิดขึ้นจะทำให้เราไม่สามารถใช้ร่างกายของเราได้อย่างเต็มที่ หรือการขยับตัวลำบาก หรือไม่สามารถนั่งขับรถแบบนานๆ ได้
 
7. โรคหัวใจ
 
     โรคหัวใจนั้นเป็นโรคที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บหน้าอก หรือ แน่นหน้าอกได้ เมื่อต้องขับรถนานๆ หรือ สภาพความเครียด ความกดดันจากรถติด หรือปัญหาการจราจร
 
8. โรคเบาหวาน
 
     โรคเบาหวานจะทำให้ผู้ป่วยนั้น มีอาการหน้ามืด ใจสั่น สมาธิไม่ดี ตาพร่า และน้ำตาลในเลือดนั้นมีปริมาณต่ำลง จะทำให้ความสามารถในการขับขี่นั้นลดตามลงไปด้วย
 
 โดยโรคเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นโรคที่มีความเสี่ยงต่อการตัดสินใจ และ เป็นโรคที่ส่งผลต่อสภาพร่างกายโดยตรงทั้งนั้น ทำให้ความสามารถในการขับขี่รถยนต์นั้นมีน้อยลง 
 หากมีโรคประจำตัวต่าง ๆ หรือโรคที่มีความเสี่ยงอย่างโรคข้างต้นนั้น ควรหลีกเลี่ยงการขับขี่รถยนต์จะดีที่สุดนะคะ เพื่อความปลอดภัยของตัวเราและผู้ร่วมทาง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลา 
หากมีความจำเป็นที่ต้องเดินทางจริงนั้นควรให้ผู้อื่นขับรถยนต์ให้ หรือ โดยสารรถสาธารณะก็จะช่วยเซฟได้มากกว่าจ้า
 
 
รถดี คุณภาพเยี่ยม เต็มเปี่ยมทุกบริการ ต้องที่ บริษัท กิจรุ่งโรจน์ธุรกิจ จำกัด ศูนย์รวมรถยนต์มือสองคุณภาพดี ตรวจเช็ครถทุกคันก่อนถึงมือลูกค้า มั่นใจ 100%